ประกาศราคารับซื้อยาง
ณ วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569
ยางแผ่นดิบคุณภาพดี
(ความชื้นไม่เกิน 2.8%)
54.50
บาท/กิโลกรัม
ยางแผ่นรมควันชั้น 3
57.50
บาท/กิโลกรัม
ยางก้อนถ้วย
(DRC 100%)
53.50
บาท/กิโลกรัม
(ราคานี้ยังไม่คิด%DRC)
ยางก้อนถ้วย EUDR
(DRC 100%)
-
บาท/กิโลกรัม
(ราคานี้ยังไม่คิด%DRC)
ยางเครฟ
(DRC 100%)
54.00
บาท/กิโลกรัม
(ราคานี้ยังไม่คิด%DRC)


วิสัยทัศน์
“ เป็นผู้ผลิตยางธรรมชาติชั้นนำระดับโลก ที่มุ่งสร้างคุณค่าและอนาคตที่ยั่งยืน ให้กับทุกชุมชนที่มีเรา ”
พันธกิจ
“ เรามุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติระดับพรีเมียมที่คุ้มค่าและตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและนวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและสร้างโอกาสให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและทุกชุมชนที่เราเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม ”
รายละเอียดเพิ่มเติม


เกี่ยวกับ “NER”
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “NER” ก่อตั้งและจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2549 ดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายยางแท่ง (Standard Thai Rubber20:STR20) ยางแผ่นรมควัน (Ribbed Smoked Sheet : RSS) ยางผสม (Mixtures Rubber) เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มผู้ค้าคนกลางทั้งในและต่างประเทศ อาทิสาธารณรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินเดีย และฮ่องกง เป็นต้น โดยในปี 2565 ได้มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากยางพาราเพื่อต่อยอดการผลิตและพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
กำลังการผลิต
515,600
ตัน ต่อปี
จำนวนพนักงาน
1,000 +
คน
มูลค่าทางการตลาด
10,532
ล้านบาท
รายได้รวมปีล่าสุด
25,057
ล้านบาท
การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าปีล่าสุด
95 %
มีความพึงพอใจ

ผลิตภัณฑ์ของเรา
การประกอบธุรกิจของบริษัทอยู่บนพื้นฐานความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการผลิตยางธรรมชาติ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากยางพาราเพื่อจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
มุมนักลงทุน
รายละเอียดเพิ่มเติม
“NER”
กับการพัฒนา
อย่างยั่งยืน
ในฐานะผู้ผลิตยางชั้นนำของไทย (Leading rubber manufacturer in Thailand) เรามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยผสมผสานยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ (Thailand rubber industry) บนพื้นฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี ควบคู่กับการสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทานยางพาราไทย (Thailand rubber supply chain) อย่างยั่งยืน



















