ยางพาราแผ่นดิบ vs รมควัน ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานคุณ
ในภาคอุตสาหกรรม ยางพาราแผ่น เป็นวัตถุดิบสำคัญที่สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามกระบวนการผลิต โดยเฉพาะ “ยางแผ่นดิบ” และ “ยางแผ่นรมควัน” ซึ่งแม้จะผลิตจากน้ำยางธรรมชาติเช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างทั้งด้านวิธีการทำให้แห้ง การควบคุมความชื้น การคัดเกรด และระดับการแปรรูป
ความแตกต่างดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อคุณภาพวัตถุดิบ การจัดเก็บ ตลอดจนความเหมาะสมกับกระบวนการผลิตของแต่ละโรงงาน ดังนั้น การเลือกประเภทของยางพาราแผ่นจึงควรพิจารณาจากข้อกำหนดทางเทคนิคและลักษณะการใช้งานของผลิตภัณฑ์ปลายทางเป็นสำคัญ
บทความนี้จะเปรียบเทียบคุณสมบัติของ ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และ ยางแผ่นรมควัน (RSS) เพื่อให้เห็นความแตกต่างและแนวทางการเลือกวัตถุดิบให้เหมาะสมกับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม
ยางพาราแผ่น คืออะไร?
ยางพาราแผ่น คือยางธรรมชาติที่ผลิตโดยนำน้ำยางสดมาผ่านกระบวนการทำให้จับตัว จากนั้นรีดขึ้นรูปเป็นแผ่นและลดความชื้นจนได้ระดับที่เหมาะสม
ภายหลังการขึ้นรูป ยางแผ่นสามารถเข้าสู่กระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน เช่น การผึ่งให้แห้ง หรือการนำไปอบและรมควันเพื่อผลิตเป็นยางแผ่นรมควัน
ดังนั้น คำว่า “ยางพาราแผ่น” จึงเป็นคำเรียกในภาพรวมที่ครอบคลุมยางแผ่นหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทอาจมีคุณสมบัติ มาตรฐาน และความเหมาะสมต่อการใช้งานแตกต่างกัน

ยางพาราแผ่นดิบ (USS) คืออะไร?
ยางพาราแผ่นดิบ หรือ Unsmoked Sheet (USS) เป็นยางที่ผลิตจากน้ำยางสดผ่านกระบวนการทำให้จับตัวและรีดขึ้นรูปเป็นแผ่น ก่อนนำไปผึ่งในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศเพื่อค่อย ๆ ลดระดับความชื้น
ลักษณะสำคัญของยางประเภทนี้คือ ยังไม่ผ่านกระบวนการรมควัน การควบคุมความชื้นจึงพึ่งพาการผึ่งและสภาพแวดล้อมในการจัดเก็บเป็นหลัก หากกระบวนการดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ อาจทำให้เกิดปัญหาความชื้นสะสม เชื้อรา สีของยางเปลี่ยนแปลง หรือคุณภาพของแผ่นยางลดลงได้
งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรพบว่า การผึ่งยางในโรงเรือนเพื่อให้แห้งอาจใช้เวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน และหากมีการจัดการที่ไม่เหมาะสม อาจพบปัญหายางขึ้นรา สีคล้ำ และมีระดับความชื้นในแผ่นสูงกว่า 3%
เมื่อเปรียบเทียบกับ ยางแผ่นรมควัน (RSS) จึงเป็นวัตถุดิบที่ผ่านขั้นตอนการแปรรูปน้อยกว่า และจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมความชื้น ความสะอาด และการจัดเก็บอย่างเหมาะสม
NER มีการรับซื้อ Raw Rubber Sheet โดยกำหนดเกณฑ์ด้านคุณภาพของวัตถุดิบ รวมถึงระดับความชื้น เช่น ยางพาราแผ่นดิบ (USS) ที่มีความชื้นต่ำกว่า 2.8% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความชื้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการประเมินคุณภาพของวัตถุดิบประเภทนี้
จุดที่ควรรู้เกี่ยวกับยางแผ่นดิบ
- ยังไม่ผ่านกระบวนการรมควัน
- ลดความชื้นด้วยการผึ่งและการระบายอากาศ
- มีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราหากมีความชื้นสูงหรือจัดเก็บไม่เหมาะสม
- จำเป็นต้องควบคุมความสะอาด ความชื้น และสิ่งปนเปื้อนก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต
- สามารถนำไปผ่านกระบวนการรมควันหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางประเภทอื่นได้

ยางแผ่นรมควัน (RSS) คืออะไร?
ยางแผ่นรมควัน หรือ Ribbed Smoked Sheet (RSS) คือยางแผ่นที่ผ่านกระบวนการอบและรมควันด้วยความร้อน เพื่อช่วยลดความชื้นภายในเนื้อยาง ทำให้ยางมีความแห้งมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราระหว่างการจัดเก็บ
เมื่อเปรียบเทียบกับ ยางพาราแผ่นดิบ (USS) ยางแผ่นรมควัน (RSS) จึงผ่านกระบวนการผลิตเพิ่มเติม ซึ่งมีส่วนช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพและระดับความชื้นของวัตถุดิบได้มากขึ้น
ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของกระบวนการอบและรมควัน อากาศที่ระบายออกจากห้องอบจะมีความชื้นสูง ก่อนที่ระดับความชื้นจะค่อย ๆ ลดลง โดยระบบอบและรมควันที่มีประสิทธิภาพสามารถเปลี่ยนยางพาราแผ่นดิบ (USS) ให้เป็นยางแผ่นรมควันได้ภายในประมาณ 3 วัน 3 คืน หรือ 72 ชั่วโมง
นอกจากกระบวนการลดความชื้นแล้ว ยางแผ่นรมควัน (RSS) ยังมีการตรวจสอบและแบ่งชั้นคุณภาพ โดยพิจารณาจากองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น สี ความสะอาด ลักษณะของแผ่นยาง และสิ่งปนเปื้อน
มาตรฐานการคัดยางแผ่นรมควัน (RSS) โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นหลายระดับ เช่น RSS 1 ถึง RSS 5 ตามคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ NER ผลิต ยางแผ่นรมควัน (RSS) Grade 2, Grade 3 และ Grade 4 เพื่อรองรับข้อกำหนดที่แตกต่างกันของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม
เนื่องจากยางแผ่นรมควัน (RSS) ผ่านทั้งกระบวนการอบ รมควัน และการคัดคุณภาพเพิ่มเติม จึงมีต้นทุนการแปรรูปสูงกว่า ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และอาจมีราคาซื้อขายสูงกว่าตามเกรด คุณภาพ และภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม ราคาของผลิตภัณฑ์ยางแต่ละประเภทสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาดและข้อกำหนดเฉพาะของสินค้า
ยางพาราแผ่นดิบ (USS) vs ยางแผ่นรมควัน ต่างกันตรงไหน?
แม้ ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และ ยางแผ่นรมควัน (RSS) จะจัดอยู่ในกลุ่ม ยางพาราแผ่น เช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างในหลายองค์ประกอบ ตั้งแต่วิธีการลดความชื้น การจัดเก็บ การคัดคุณภาพ ไปจนถึงระดับการแปรรูป
| ประเด็น | ยางพาราแผ่นดิบ (USS) | ยางแผ่นรมควัน (RSS) |
|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | Unsmoked Sheet | Ribbed Smoked Sheet |
| ผ่านการรีดเป็นแผ่น | มี | มี |
| วิธีทำให้แห้ง | ผึ่งและระบายอากาศ | อบและรมควันด้วยความร้อน |
| ผ่านการรมควัน | ไม่มี | มี |
| ระยะเวลาการรมควัน | - | ประมาณ 3 วัน หรือราว 72 ชั่วโมงในระบบที่มีประสิทธิภาพ |
| เรื่องความชื้น | ต้องควบคุมเป็นพิเศษ | ความชื้นถูกลดลงในกระบวนการอบ-รมควัน |
| ความเสี่ยงเกิดเชื้อรา | มีโอกาสเกิดได้หากมีความชื้นสูงหรือเก็บไม่เหมาะสม | ลดความเสี่ยงลงจากการไล่ความชื้นและทำให้ยางแห้ง |
| การแบ่งเกรด | มีการพิจารณาคุณภาพตามเกณฑ์การซื้อขาย | มีระบบแบ่งชั้น ยางแผ่นรมควัน (RSS) ตามคุณภาพ |
| ระดับการแปรรูป | น้อยกว่า | ผ่านกระบวนการเพิ่มขึ้น |
| ราคา | ขึ้นอยู่กับคุณภาพและตลาด | อาจสูงกว่า ยางพาราแผ่นดิบ (USS) ตามเกรด คุณภาพ ต้นทุนการแปรรูป และภาวะตลาด |
โดยสรุป ยางพาราแผ่นดิบ (USS) คือยางแผ่นที่ยังไม่ผ่านกระบวนการรมควัน จึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมความชื้นและการจัดเก็บ ขณะที่ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ผ่านกระบวนการอบและรมควันเพื่อลดความชื้น พร้อมมีการคัดแบ่งระดับคุณภาพ
โรงงานจึงควรเลือกประเภทของ ยางพาราแผ่น ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกระบวนการผลิตและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ปลายทาง มากกว่าพิจารณาเฉพาะประเภทของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว

ทำไมยางแผ่นรมควัน (RSS) ต้องแบ่งเป็นหลายเกรด?
ยางธรรมชาติแต่ละแผ่นอาจมีความแตกต่างกันในด้านสี ความสะอาด ฟองอากาศ หรือสิ่งเจือปน แม้จะผ่านกระบวนการผลิตในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น การคัดคุณภาพและแบ่งเกรดจึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานของวัตถุดิบ
การแบ่งเกรดช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเลือกยางให้ตรงกับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตได้มากขึ้น สำหรับ NER มีการผลิต ยางแผ่นรมควัน (RSS) Grade 2, Grade 3 และ Grade 4 ซึ่งแต่ละเกรดมีระดับคุณภาพและเกณฑ์การยอมรับตำหนิที่แตกต่างกัน
- RSS Grade 2 มีมาตรฐานด้านความสะอาดและความสม่ำเสมอค่อนข้างสูง ยางต้องแห้ง แข็งแรง และรมควันอย่างเหมาะสม โดยยอมให้มีฟองอากาศขนาดเล็กหรือเศษเปลือกไม้เล็กน้อย รวมถึงร่องรอยราแห้งในระดับจำกัด
- RSS Grade 3 สามารถมีตำหนิเล็กน้อยได้มากขึ้น เช่น ฟองอากาศ เศษเปลือกไม้ หรือสีด่างเล็กน้อย แต่ยังต้องมีคุณภาพเหมาะสมสำหรับการนำไปแปรรูปในภาคอุตสาหกรรม
- RSS Grade 4 ยอมรับตำหนิทางกายภาพได้มากกว่า Grade 2 และ Grade 3 เช่น ฟองอากาศหรือจุดด่างที่เห็นได้ชัดขึ้น รวมถึงอาจมีลักษณะเหนียวหรือรมควันมากกว่าปกติเล็กน้อย ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
ดังนั้น การเลือกเกรดของยางแผ่นรมควันจึงไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องราคา แต่ขึ้นอยู่กับ ระดับคุณภาพ ลักษณะวัตถุดิบ และข้อกำหนดของกระบวนการผลิตปลายทาง เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเลือกวัตถุดิบได้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด
สำหรับผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรม การพิจารณาวัตถุดิบจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการระบุว่าเป็น RSS แต่ควรพิจารณาระดับเกรดและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิคของแต่ละโรงงานด้วย
ยางพาราแผ่นดิบ (USS) เหมาะกับงานแบบไหน?
ยางพาราแผ่นดิบ (USS) เหมาะสำหรับโรงงานที่มีระบบแปรรูปวัตถุดิบในขั้นตอนต่อไป หรือมีความต้องการควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทางด้วยตนเอง
เนื่องจากวัตถุดิบยังไม่ผ่านกระบวนการรมควัน โรงงานจึงสามารถนำไปผ่านขั้นตอนการผลิตเพิ่มเติมตามรูปแบบและข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้
อย่างไรก็ตาม คุณภาพของวัตถุดิบตั้งต้นถือเป็นปัจจัยสำคัญ หากยางพาราแผ่นดิบ (USS) มีระดับความชื้นสูง มีสิ่งปนเปื้อน หรือมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของกระบวนการแปรรูป ตลอดจนคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนถัดไป
ดังนั้น โรงงานที่เลือกใช้ ยางพาราแผ่นดิบ (USS) ควรกำหนดเกณฑ์ในการตรวจรับวัตถุดิบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านความชื้น ความสะอาด และความสม่ำเสมอของคุณภาพในแต่ละล็อต

ยางแผ่นรมควัน (RSS) เหมาะกับงานแบบไหน?
สำหรับโรงงานที่ต้องการวัตถุดิบซึ่ง ผ่านกระบวนการอบและรมควัน พร้อมมีการแบ่งระดับคุณภาพที่ชัดเจน ยางแผ่นรมควัน (RSS) สามารถช่วยให้การกำหนดสเปกในการจัดซื้อมีความเป็นระบบมากขึ้น
ผู้ซื้อสามารถระบุเกรดของ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิคของกระบวนการผลิตได้ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหา ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารคุณภาพของวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม
NER ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติหลายประเภท ได้แก่
- ยางแผ่นรมควัน (RSS)
- ยางแท่งมาตรฐานไทย (STR)
- ยางผสม (Mixtures Rubber)
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรองรับความต้องการของผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยางและยานยนต์
ดังนั้น สำหรับธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการกำหนดระดับคุณภาพของวัตถุดิบตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อ ยางแผ่นรมควัน (RSS) จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้สามารถระบุสเปกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
แล้วควรเลือกยางพาราแผ่นแบบไหนดี?
การเลือกระหว่าง ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ไม่มีคำตอบตายตัวว่าประเภทใดมีคุณภาพเหนือกว่าในทุกกรณี เนื่องจากความเหมาะสมขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ข้อกำหนดของวัตถุดิบ และลักษณะของผลิตภัณฑ์ปลายทาง ก่อนตัดสินใจเลือกวัตถุดิบ โรงงานสามารถพิจารณาปัจจัยหลัก 4 ประการ ดังนี้
1. โรงงานจะนำยางไปผ่านกระบวนการต่อหรือไม่?
หากโรงงานมีความพร้อมในการรับวัตถุดิบมาแปรรูปและควบคุมกระบวนการในขั้นตอนถัดไปด้วยตนเอง ยางพาราแผ่นดิบ (USS) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
ในทางกลับกัน หากต้องการวัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการรมควันและมีระดับเกรดสำหรับการกำหนดสเปกแล้ว ยางแผ่นรมควัน (RSS) อาจเหมาะสมกับรูปแบบการจัดซื้อมากกว่า
2. ผลิตภัณฑ์ปลายทางต้องการสเปกแบบใด?
แต่ละโรงงานมีสูตร Compound มาตรฐานการผลิต และข้อกำหนดของวัตถุดิบแตกต่างกัน การเลือกยางจึงควรพิจารณาความเข้ากันได้กับระบบการผลิตและคุณสมบัติที่ต้องการของผลิตภัณฑ์ปลายทาง ไม่ควรพิจารณาจากราคาเพียงปัจจัยเดียว
3. คุณภาพวัตถุดิบมีความสม่ำเสมอหรือไม่?
ความสม่ำเสมอของวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญต่อการควบคุมกระบวนการผลิต
สำหรับยางพาราแผ่นดิบ (USS) ควรตรวจสอบความชื้น ความสะอาด และสิ่งปนเปื้อน ขณะที่ยางแผ่นรมควันควรพิจารณาทั้งระดับเกรด สี ฟองอากาศ สิ่งสกปรก สิ่งเจือปน และการเกิดเชื้อราให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
4. ผู้ผลิตสามารถควบคุมมาตรฐานได้ในระดับใด?
สำหรับภาคอุตสาหกรรม ความสม่ำเสมอของคุณภาพวัตถุดิบในแต่ละล็อตมีผลต่อเสถียรภาพของกระบวนการผลิต
นอกจากการเลือกประเภทและเกรดของยางแล้ว ผู้ซื้อจึงควรพิจารณาความสามารถของผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายในการควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ และการบริหารมาตรฐานของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
NER ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติสำหรับภาคอุตสาหกรรม
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพาราสำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ Ribbed Smoked Sheet (RSS), Standard Thai Rubber (STR) และ Mixtures Rubber
สำหรับ NER ผลิต ยางแผ่นรมควัน (RSS) Grade 2, Grade 3 และ Grade 4 เพื่อรองรับข้อกำหนดและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม
บริษัทให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ก่อนการส่งมอบ ตลอดจนการควบคุมมาตรฐานภายในกระบวนการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม
สำหรับการจัดซื้อยางธรรมชาติในระดับอุตสาหกรรม การพิจารณาจึงควรครอบคลุมมากกว่าการเลือกประเภทของผลิตภัณฑ์ โดยต้องประเมินทั้งคุณภาพ มาตรฐาน ความสม่ำเสมอ และความสอดคล้องกับข้อกำหนดของกระบวนการผลิตด้วย
สรุป ยางพาราแผ่นดิบ (USS) กับยางแผ่นรมควัน (RSS) แบบไหนเหมาะกับงานคุณ?
การเลือกระหว่าง ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าประเภทใดดีกว่ากัน แต่ควรพิจารณาจาก รูปแบบกระบวนการผลิต สเปกของวัตถุดิบ ระดับคุณภาพที่ต้องการ และความพร้อมของโรงงานในการนำวัตถุดิบไปแปรรูปต่อ เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น สามารถพิจารณาเบื้องต้นได้ดังนี้
| ความต้องการของโรงงาน | ประเภทที่ควรพิจารณา |
|---|---|
| นำวัตถุดิบไปแปรรูปหรือผ่านกระบวนการเพิ่มเติมภายในโรงงาน | ยางพาราแผ่นดิบ (USS) |
| มีระบบควบคุมความชื้น ความสะอาด และคุณภาพของวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง | ยางพาราแผ่นดิบ (USS) |
| ควบคุมกระบวนการผลิตในขั้นตอนต่อไปด้วยตนเอง | ยางพาราแผ่นดิบ (USS) |
| วัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการอบและรมควันแล้ว | ยางแผ่นรมควัน (RSS) |
| เลือกวัตถุดิบตามระดับเกรดที่กำหนดไว้ชัดเจน | ยางแผ่นรมควัน (RSS) |
| กำหนดสเปกในการจัดซื้อจากระดับคุณภาพของวัตถุดิบ | ยางแผ่นรมควัน (RSS) |
| ต้องการวัตถุดิบที่สอดคล้องกับสูตร Compound หรือข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ | พิจารณาได้ทั้ง USS และ RSS ตามสเปกของโรงงาน |
| ให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอของคุณภาพในแต่ละล็อต | ควรตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของทั้ง USS และ RSS จากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย |
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ยางพาราแผ่น โรงงานควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญให้ครบทั้ง กระบวนการผลิต คุณภาพ เกรด ความชื้น สิ่งปนเปื้อน ความสม่ำเสมอของวัตถุดิบ และข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ปลายทาง เพื่อให้วัตถุดิบที่เลือกสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม
วัตถุดิบที่เหมาะสมจึงไม่จำเป็นต้องเป็นประเภทที่มีระดับการแปรรูปสูงที่สุด แต่ควรเป็นวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติและมาตรฐานสอดคล้องกับกระบวนการผลิตของแต่ละโรงงานมากที่สุด
ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติของ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และข้อมูลบริษัทได้ผ่านเว็บไซต์ของ NER