10 九月 2026

ยางพาราแผ่นดิบ vs รมควัน ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานคุณ

ยางพาราแผ่นดิบ vs รมควัน ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานคุณ

ในภาคอุตสาหกรรม ยางพาราแผ่น เป็นวัตถุดิบสำคัญที่สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามกระบวนการผลิต โดยเฉพาะ “ยางแผ่นดิบ” และ “ยางแผ่นรมควัน” ซึ่งแม้จะผลิตจากน้ำยางธรรมชาติเช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างทั้งด้านวิธีการทำให้แห้ง การควบคุมความชื้น การคัดเกรด และระดับการแปรรูป

ความแตกต่างดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อคุณภาพวัตถุดิบ การจัดเก็บ ตลอดจนความเหมาะสมกับกระบวนการผลิตของแต่ละโรงงาน ดังนั้น การเลือกประเภทของยางพาราแผ่นจึงควรพิจารณาจากข้อกำหนดทางเทคนิคและลักษณะการใช้งานของผลิตภัณฑ์ปลายทางเป็นสำคัญ

บทความนี้จะเปรียบเทียบคุณสมบัติของ ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และ ยางแผ่นรมควัน (RSS) เพื่อให้เห็นความแตกต่างและแนวทางการเลือกวัตถุดิบให้เหมาะสมกับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม

ยางพาราแผ่น คืออะไร?

ยางพาราแผ่น คือยางธรรมชาติที่ผลิตโดยนำน้ำยางสดมาผ่านกระบวนการทำให้จับตัว จากนั้นรีดขึ้นรูปเป็นแผ่นและลดความชื้นจนได้ระดับที่เหมาะสม

ภายหลังการขึ้นรูป ยางแผ่นสามารถเข้าสู่กระบวนการผลิตที่แตกต่างกัน เช่น การผึ่งให้แห้ง หรือการนำไปอบและรมควันเพื่อผลิตเป็นยางแผ่นรมควัน

ดังนั้น คำว่า “ยางพาราแผ่น” จึงเป็นคำเรียกในภาพรวมที่ครอบคลุมยางแผ่นหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทอาจมีคุณสมบัติ มาตรฐาน และความเหมาะสมต่อการใช้งานแตกต่างกัน

ยางพาราแผ่นดิบ

ยางพาราแผ่นดิบ (USS) คืออะไร?

ยางพาราแผ่นดิบ หรือ Unsmoked Sheet (USS) เป็นยางที่ผลิตจากน้ำยางสดผ่านกระบวนการทำให้จับตัวและรีดขึ้นรูปเป็นแผ่น ก่อนนำไปผึ่งในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศเพื่อค่อย ๆ ลดระดับความชื้น

ลักษณะสำคัญของยางประเภทนี้คือ ยังไม่ผ่านกระบวนการรมควัน การควบคุมความชื้นจึงพึ่งพาการผึ่งและสภาพแวดล้อมในการจัดเก็บเป็นหลัก หากกระบวนการดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ อาจทำให้เกิดปัญหาความชื้นสะสม เชื้อรา สีของยางเปลี่ยนแปลง หรือคุณภาพของแผ่นยางลดลงได้

งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรพบว่า การผึ่งยางในโรงเรือนเพื่อให้แห้งอาจใช้เวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน และหากมีการจัดการที่ไม่เหมาะสม อาจพบปัญหายางขึ้นรา สีคล้ำ และมีระดับความชื้นในแผ่นสูงกว่า 3%

เมื่อเปรียบเทียบกับ ยางแผ่นรมควัน (RSS) จึงเป็นวัตถุดิบที่ผ่านขั้นตอนการแปรรูปน้อยกว่า และจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมความชื้น ความสะอาด และการจัดเก็บอย่างเหมาะสม

NER มีการรับซื้อ Raw Rubber Sheet โดยกำหนดเกณฑ์ด้านคุณภาพของวัตถุดิบ รวมถึงระดับความชื้น เช่น ยางพาราแผ่นดิบ (USS) ที่มีความชื้นต่ำกว่า 2.8% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความชื้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการประเมินคุณภาพของวัตถุดิบประเภทนี้

จุดที่ควรรู้เกี่ยวกับยางแผ่นดิบ

  • ยังไม่ผ่านกระบวนการรมควัน
  • ลดความชื้นด้วยการผึ่งและการระบายอากาศ
  • มีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราหากมีความชื้นสูงหรือจัดเก็บไม่เหมาะสม
  • จำเป็นต้องควบคุมความสะอาด ความชื้น และสิ่งปนเปื้อนก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต
  • สามารถนำไปผ่านกระบวนการรมควันหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยางประเภทอื่นได้

แผ่นยางกันลื่น

ยางแผ่นรมควัน (RSS) คืออะไร?

ยางแผ่นรมควัน หรือ Ribbed Smoked Sheet (RSS) คือยางแผ่นที่ผ่านกระบวนการอบและรมควันด้วยความร้อน เพื่อช่วยลดความชื้นภายในเนื้อยาง ทำให้ยางมีความแห้งมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราระหว่างการจัดเก็บ

เมื่อเปรียบเทียบกับ ยางพาราแผ่นดิบ (USS) ยางแผ่นรมควัน (RSS) จึงผ่านกระบวนการผลิตเพิ่มเติม ซึ่งมีส่วนช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพและระดับความชื้นของวัตถุดิบได้มากขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของกระบวนการอบและรมควัน อากาศที่ระบายออกจากห้องอบจะมีความชื้นสูง ก่อนที่ระดับความชื้นจะค่อย ๆ ลดลง โดยระบบอบและรมควันที่มีประสิทธิภาพสามารถเปลี่ยนยางพาราแผ่นดิบ (USS) ให้เป็นยางแผ่นรมควันได้ภายในประมาณ 3 วัน 3 คืน หรือ 72 ชั่วโมง

นอกจากกระบวนการลดความชื้นแล้ว ยางแผ่นรมควัน (RSS) ยังมีการตรวจสอบและแบ่งชั้นคุณภาพ โดยพิจารณาจากองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น สี ความสะอาด ลักษณะของแผ่นยาง และสิ่งปนเปื้อน

มาตรฐานการคัดยางแผ่นรมควัน (RSS) โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นหลายระดับ เช่น RSS 1 ถึง RSS 5 ตามคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ NER ผลิต ยางแผ่นรมควัน (RSS) Grade 2, Grade 3 และ Grade 4 เพื่อรองรับข้อกำหนดที่แตกต่างกันของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม

เนื่องจากยางแผ่นรมควัน (RSS) ผ่านทั้งกระบวนการอบ รมควัน และการคัดคุณภาพเพิ่มเติม จึงมีต้นทุนการแปรรูปสูงกว่า ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และอาจมีราคาซื้อขายสูงกว่าตามเกรด คุณภาพ และภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม ราคาของผลิตภัณฑ์ยางแต่ละประเภทสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาดและข้อกำหนดเฉพาะของสินค้า

ยางพาราแผ่นดิบ (USS) vs ยางแผ่นรมควัน ต่างกันตรงไหน?

แม้ ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และ ยางแผ่นรมควัน (RSS) จะจัดอยู่ในกลุ่ม ยางพาราแผ่น เช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างในหลายองค์ประกอบ ตั้งแต่วิธีการลดความชื้น การจัดเก็บ การคัดคุณภาพ ไปจนถึงระดับการแปรรูป

ประเด็น ยางพาราแผ่นดิบ (USS) ยางแผ่นรมควัน (RSS)
ชื่อเต็ม Unsmoked Sheet Ribbed Smoked Sheet
ผ่านการรีดเป็นแผ่น มี มี
วิธีทำให้แห้ง ผึ่งและระบายอากาศ อบและรมควันด้วยความร้อน
ผ่านการรมควัน ไม่มี มี
ระยะเวลาการรมควัน - ประมาณ 3 วัน หรือราว 72 ชั่วโมงในระบบที่มีประสิทธิภาพ
เรื่องความชื้น ต้องควบคุมเป็นพิเศษ ความชื้นถูกลดลงในกระบวนการอบ-รมควัน
ความเสี่ยงเกิดเชื้อรา มีโอกาสเกิดได้หากมีความชื้นสูงหรือเก็บไม่เหมาะสม ลดความเสี่ยงลงจากการไล่ความชื้นและทำให้ยางแห้ง
การแบ่งเกรด มีการพิจารณาคุณภาพตามเกณฑ์การซื้อขาย มีระบบแบ่งชั้น ยางแผ่นรมควัน (RSS) ตามคุณภาพ
ระดับการแปรรูป น้อยกว่า ผ่านกระบวนการเพิ่มขึ้น
ราคา ขึ้นอยู่กับคุณภาพและตลาด อาจสูงกว่า ยางพาราแผ่นดิบ (USS) ตามเกรด คุณภาพ ต้นทุนการแปรรูป และภาวะตลาด

โดยสรุป ยางพาราแผ่นดิบ (USS) คือยางแผ่นที่ยังไม่ผ่านกระบวนการรมควัน จึงต้องให้ความสำคัญกับการควบคุมความชื้นและการจัดเก็บ ขณะที่ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ผ่านกระบวนการอบและรมควันเพื่อลดความชื้น พร้อมมีการคัดแบ่งระดับคุณภาพ

โรงงานจึงควรเลือกประเภทของ ยางพาราแผ่น ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกระบวนการผลิตและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ปลายทาง มากกว่าพิจารณาเฉพาะประเภทของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว

ทำไมยางแผ่นรมควัน

ทำไมยางแผ่นรมควัน (RSS) ต้องแบ่งเป็นหลายเกรด?

ยางธรรมชาติแต่ละแผ่นอาจมีความแตกต่างกันในด้านสี ความสะอาด ฟองอากาศ หรือสิ่งเจือปน แม้จะผ่านกระบวนการผลิตในลักษณะเดียวกัน ดังนั้น การคัดคุณภาพและแบ่งเกรดจึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานของวัตถุดิบ

การแบ่งเกรดช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเลือกยางให้ตรงกับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตได้มากขึ้น สำหรับ NER มีการผลิต ยางแผ่นรมควัน (RSS) Grade 2, Grade 3 และ Grade 4 ซึ่งแต่ละเกรดมีระดับคุณภาพและเกณฑ์การยอมรับตำหนิที่แตกต่างกัน

  • RSS Grade 2 มีมาตรฐานด้านความสะอาดและความสม่ำเสมอค่อนข้างสูง ยางต้องแห้ง แข็งแรง และรมควันอย่างเหมาะสม โดยยอมให้มีฟองอากาศขนาดเล็กหรือเศษเปลือกไม้เล็กน้อย รวมถึงร่องรอยราแห้งในระดับจำกัด
  • RSS Grade 3 สามารถมีตำหนิเล็กน้อยได้มากขึ้น เช่น ฟองอากาศ เศษเปลือกไม้ หรือสีด่างเล็กน้อย แต่ยังต้องมีคุณภาพเหมาะสมสำหรับการนำไปแปรรูปในภาคอุตสาหกรรม
  • RSS Grade 4 ยอมรับตำหนิทางกายภาพได้มากกว่า Grade 2 และ Grade 3 เช่น ฟองอากาศหรือจุดด่างที่เห็นได้ชัดขึ้น รวมถึงอาจมีลักษณะเหนียวหรือรมควันมากกว่าปกติเล็กน้อย ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

ดังนั้น การเลือกเกรดของยางแผ่นรมควันจึงไม่ได้พิจารณาเพียงเรื่องราคา แต่ขึ้นอยู่กับ ระดับคุณภาพ ลักษณะวัตถุดิบ และข้อกำหนดของกระบวนการผลิตปลายทาง เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถเลือกวัตถุดิบได้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

สำหรับผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรม การพิจารณาวัตถุดิบจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการระบุว่าเป็น RSS แต่ควรพิจารณาระดับเกรดและคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิคของแต่ละโรงงานด้วย

ยางพาราแผ่นดิบ (USS) เหมาะกับงานแบบไหน?

ยางพาราแผ่นดิบ (USS) เหมาะสำหรับโรงงานที่มีระบบแปรรูปวัตถุดิบในขั้นตอนต่อไป หรือมีความต้องการควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทางด้วยตนเอง

เนื่องจากวัตถุดิบยังไม่ผ่านกระบวนการรมควัน โรงงานจึงสามารถนำไปผ่านขั้นตอนการผลิตเพิ่มเติมตามรูปแบบและข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละผลิตภัณฑ์ได้

อย่างไรก็ตาม คุณภาพของวัตถุดิบตั้งต้นถือเป็นปัจจัยสำคัญ หากยางพาราแผ่นดิบ (USS) มีระดับความชื้นสูง มีสิ่งปนเปื้อน หรือมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของกระบวนการแปรรูป ตลอดจนคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนถัดไป

ดังนั้น โรงงานที่เลือกใช้ ยางพาราแผ่นดิบ (USS) ควรกำหนดเกณฑ์ในการตรวจรับวัตถุดิบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านความชื้น ความสะอาด และความสม่ำเสมอของคุณภาพในแต่ละล็อต

ยางแผ่นรมควัน

ยางแผ่นรมควัน (RSS) เหมาะกับงานแบบไหน?

สำหรับโรงงานที่ต้องการวัตถุดิบซึ่ง ผ่านกระบวนการอบและรมควัน พร้อมมีการแบ่งระดับคุณภาพที่ชัดเจน ยางแผ่นรมควัน (RSS) สามารถช่วยให้การกำหนดสเปกในการจัดซื้อมีความเป็นระบบมากขึ้น

ผู้ซื้อสามารถระบุเกรดของ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทางเทคนิคของกระบวนการผลิตได้ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดหา ซึ่งช่วยให้สามารถบริหารคุณภาพของวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม

NER ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติหลายประเภท ได้แก่

  • ยางแผ่นรมควัน (RSS)
  • ยางแท่งมาตรฐานไทย (STR)
  • ยางผสม (Mixtures Rubber)

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรองรับความต้องการของผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยางและยานยนต์

ดังนั้น สำหรับธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการกำหนดระดับคุณภาพของวัตถุดิบตั้งแต่ขั้นตอนการจัดซื้อ ยางแผ่นรมควัน (RSS) จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้สามารถระบุสเปกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

แล้วควรเลือกยางพาราแผ่นแบบไหนดี?

การเลือกระหว่าง ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ไม่มีคำตอบตายตัวว่าประเภทใดมีคุณภาพเหนือกว่าในทุกกรณี เนื่องจากความเหมาะสมขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ข้อกำหนดของวัตถุดิบ และลักษณะของผลิตภัณฑ์ปลายทาง ก่อนตัดสินใจเลือกวัตถุดิบ โรงงานสามารถพิจารณาปัจจัยหลัก 4 ประการ ดังนี้

1. โรงงานจะนำยางไปผ่านกระบวนการต่อหรือไม่?

หากโรงงานมีความพร้อมในการรับวัตถุดิบมาแปรรูปและควบคุมกระบวนการในขั้นตอนถัดไปด้วยตนเอง ยางพาราแผ่นดิบ (USS) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

ในทางกลับกัน หากต้องการวัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการรมควันและมีระดับเกรดสำหรับการกำหนดสเปกแล้ว ยางแผ่นรมควัน (RSS) อาจเหมาะสมกับรูปแบบการจัดซื้อมากกว่า

2. ผลิตภัณฑ์ปลายทางต้องการสเปกแบบใด?

แต่ละโรงงานมีสูตร Compound มาตรฐานการผลิต และข้อกำหนดของวัตถุดิบแตกต่างกัน การเลือกยางจึงควรพิจารณาความเข้ากันได้กับระบบการผลิตและคุณสมบัติที่ต้องการของผลิตภัณฑ์ปลายทาง ไม่ควรพิจารณาจากราคาเพียงปัจจัยเดียว

3. คุณภาพวัตถุดิบมีความสม่ำเสมอหรือไม่?

ความสม่ำเสมอของวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญต่อการควบคุมกระบวนการผลิต

สำหรับยางพาราแผ่นดิบ (USS) ควรตรวจสอบความชื้น ความสะอาด และสิ่งปนเปื้อน ขณะที่ยางแผ่นรมควันควรพิจารณาทั้งระดับเกรด สี ฟองอากาศ สิ่งสกปรก สิ่งเจือปน และการเกิดเชื้อราให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด

4. ผู้ผลิตสามารถควบคุมมาตรฐานได้ในระดับใด?

สำหรับภาคอุตสาหกรรม ความสม่ำเสมอของคุณภาพวัตถุดิบในแต่ละล็อตมีผลต่อเสถียรภาพของกระบวนการผลิต

นอกจากการเลือกประเภทและเกรดของยางแล้ว ผู้ซื้อจึงควรพิจารณาความสามารถของผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายในการควบคุมกระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ และการบริหารมาตรฐานของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

NER ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติสำหรับภาคอุตสาหกรรม

บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพาราสำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ Ribbed Smoked Sheet (RSS), Standard Thai Rubber (STR) และ Mixtures Rubber

สำหรับ NER ผลิต ยางแผ่นรมควัน (RSS) Grade 2, Grade 3 และ Grade 4 เพื่อรองรับข้อกำหนดและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม

บริษัทให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ก่อนการส่งมอบ ตลอดจนการควบคุมมาตรฐานภายในกระบวนการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม

สำหรับการจัดซื้อยางธรรมชาติในระดับอุตสาหกรรม การพิจารณาจึงควรครอบคลุมมากกว่าการเลือกประเภทของผลิตภัณฑ์ โดยต้องประเมินทั้งคุณภาพ มาตรฐาน ความสม่ำเสมอ และความสอดคล้องกับข้อกำหนดของกระบวนการผลิตด้วย

สรุป ยางพาราแผ่นดิบ (USS) กับยางแผ่นรมควัน (RSS) แบบไหนเหมาะกับงานคุณ?

การเลือกระหว่าง ยางพาราแผ่นดิบ (USS) และ ยางแผ่นรมควัน (RSS) ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าประเภทใดดีกว่ากัน แต่ควรพิจารณาจาก รูปแบบกระบวนการผลิต สเปกของวัตถุดิบ ระดับคุณภาพที่ต้องการ และความพร้อมของโรงงานในการนำวัตถุดิบไปแปรรูปต่อ เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น สามารถพิจารณาเบื้องต้นได้ดังนี้

ความต้องการของโรงงาน ประเภทที่ควรพิจารณา
นำวัตถุดิบไปแปรรูปหรือผ่านกระบวนการเพิ่มเติมภายในโรงงาน ยางพาราแผ่นดิบ (USS)
มีระบบควบคุมความชื้น ความสะอาด และคุณภาพของวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง ยางพาราแผ่นดิบ (USS)
ควบคุมกระบวนการผลิตในขั้นตอนต่อไปด้วยตนเอง ยางพาราแผ่นดิบ (USS)
วัตถุดิบที่ผ่านกระบวนการอบและรมควันแล้ว ยางแผ่นรมควัน (RSS)
เลือกวัตถุดิบตามระดับเกรดที่กำหนดไว้ชัดเจน ยางแผ่นรมควัน (RSS)
กำหนดสเปกในการจัดซื้อจากระดับคุณภาพของวัตถุดิบ ยางแผ่นรมควัน (RSS)
ต้องการวัตถุดิบที่สอดคล้องกับสูตร Compound หรือข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ พิจารณาได้ทั้ง USS และ RSS ตามสเปกของโรงงาน
ให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอของคุณภาพในแต่ละล็อต ควรตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของทั้ง USS และ RSS จากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย

ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ยางพาราแผ่น โรงงานควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญให้ครบทั้ง กระบวนการผลิต คุณภาพ เกรด ความชื้น สิ่งปนเปื้อน ความสม่ำเสมอของวัตถุดิบ และข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ปลายทาง เพื่อให้วัตถุดิบที่เลือกสามารถนำไปใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม

วัตถุดิบที่เหมาะสมจึงไม่จำเป็นต้องเป็นประเภทที่มีระดับการแปรรูปสูงที่สุด แต่ควรเป็นวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติและมาตรฐานสอดคล้องกับกระบวนการผลิตของแต่ละโรงงานมากที่สุด

ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติของ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และข้อมูลบริษัทได้ผ่านเว็บไซต์ของ NER