27 มกราคม 2568

ภาพรวมตลาดและแนวโน้มในอนาคตของ อุตสาหกรรมการส่งออกยางของประเทศไทย (Rubber Export 2025)

ภาพรวมตลาดและแนวโน้มในอนาคตของ อุตสาหกรรมการส่งออกยางของประเทศไทย (Rubber Export 2025)

อุตสาหกรรมการส่งออกยาง หรือ Rubber Export ของไทยนับว่าเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทยมานานหลายปี เพราะความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และยางธรรมชาติจากไทยก็ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพสูงและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์

ในขณะที่ตลาดยางทั่วโลกยังคงเติบโต แต่ไทยก็ต้องรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของราคาในตลาดโลก การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อความต้องการยางในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ภาพรวมของตลาดส่งออกยางในไทย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การส่งออกยางของไทยยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดใหญ่ ๆ อย่างจีน สหรัฐอเมริกา และยุโรป ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสำคัญ ความต้องการยางจากไทยส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมยานยนต์ การผลิตถุงมือยาง และอุตสาหกรรมทางการแพทย์ โดยในปี 2566 การส่งออกยางขั้นกลางของไทยคิดเป็น 76.4% ของการผลิตทั้งหมด ซึ่งตลาดจีนเป็นลูกค้าหลักถึง 60.2% รองลงมาคือ มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอินเดีย

แน่นอนว่าการเติบโตที่เพิ่มขึ้นทำให้ ชาวสวนยาง ผู้ค้ายางพารา รวมถึงผู้ผลิตยางรายได้เติบโตไปในทางบวก โดยประเภทยางที่มีความต้องการสูง มีดังนี้

1. ยางแผ่นรมควัน (RSS) และยางแท่ง (STR)

มีความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตยานยนต์และยางรถยนต์ในจีนและยุโรป จะช่วยผลักดันการส่งออกและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิตยางในประเทศไทย แต่การแข่งขันจากประเทศ CLMV ก็จะทำให้ต้องพยายามแข่งขันในตลาดที่ดุเดือด

2. ยางผสม (Mixtures Rubber) หรือ Compound Rubber

นำมาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะได้รับการส่งเสริมจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากตลาดในจีน

ปัจจัยการเติบโตการส่งออกยางของไทย

1. การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ยางที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าต้องมีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ความต้านทานต่อการสึกหรอ และประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนสูง ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตไทยในการพัฒนายางประเภทนี้เพื่อเจาะตลาดที่กำลังขยายตัว

2. ความต้องการยางในอุตสาหกรรมทางการแพทย์

ความต้องการยางในอุตสาหกรรมการแพทย์ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทางการแพทย์อย่างถุงมือยางที่จำเป็นในโรงพยาบาลและคลินิกทั่วโลก

3. การเกิดลานีญา (La Niña)

ลานีญาเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลบวกต่อการเติบโตของการส่งออกยางของไทย เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เย็นและชื้นมากขึ้น ช่วยเพิ่มผลผลิตยางได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีส่วนช่วยให้การส่งออกยางของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายของการส่งออกยางที่ผู้ผลิตต้องเผชิญ

ความท้าทายของการส่งออกยางที่ผู้ผลิตต้องเผชิญ

1. ความผันผวนของราคายางในตลาดโลก

ถึงแม้ว่าตลาดยางจะมีความต้องการเพิ่มขึ้น แต่ความผันผวนของราคายางในตลาดโลกยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ผู้ผลิตต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

2. การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน

อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศคู่แข่งสำคัญในอาเซียนกำลังเพิ่มกำลังการผลิตและปรับปรุงคุณภาพของยางของตนเอง เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น

3. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการลงทุนจากจีน

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการเพิ่มการลงทุนจากจีนในอุตสาหกรรมยางทำให้ผู้ผลิตไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันที่มากขึ้น จีนได้พัฒนากระบวนการผลิตที่ทันสมัยขึ้นและขยายกำลังการผลิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งตลาดของผู้ผลิตไทย

4. ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและต้นทุนการผลิต

แม้จะมีความต้องการยางที่เพิ่มขึ้น แต่ผู้ผลิตไทยยังต้องต่อสู้กับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งมีผลโดยตรงต่อราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต ทำให้ผู้ผลิตต้องหาวิธีลดต้นทุนเพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน

5. การแข่งขันจากผู้ผลิตในจีน

การเพิ่มขึ้นของการลงทุนจากจีนในส่วนต้นน้ำและกลางน้ำของอุตสาหกรรมยาง ทำให้ผู้ผลิตจีนสามารถขยายการผลิตได้มากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดยางโลกยิ่งรุนแรงขึ้น ผู้ผลิตไทยจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อรักษาตำแหน่งในตลาด

การปรับตัวของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยาง

การปรับตัวของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยาง

ในปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการไทยเริ่มหันมาเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น ยางที่มีคุณสมบัติต้านทานการสึกหรอ หรือยางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

สรุป

อุตสาหกรรมการส่งออกยางของประเทศไทย หรือ Rubber Export ยังคงมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี ด้วยโอกาสจากการเติบโตจากหลาย ๆ ปัจจัย หากประเทศไทยสามารถรักษาคุณภาพและพัฒนานวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมนี้จะยังคงเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจไทยในปี 2025 และปีต่อ ๆ ไปอย่างแน่นอน

ถ้าคุณคือผู้ผลิตที่กำลังมองหายางพาราคุณภาพเยี่ยมที่ได้มาตรฐานสากล North East Rubber PLC พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตยางพาราหลากหลายประเภท ทั้ง ยางแท่ง (STR), ยางแผ่นรมควัน (RSS) และ ยางผสม (Mixtures Rubber) เราใส่ใจในทุกขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่ายางพาราที่ได้รับมีคุณภาพสูงสุด

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.krungsri.com/en/research/industry/industry-outlook/agriculture/rubber/io/rubber-2025-2027