ปี 2568 บริษัทฯ เติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย

ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ “4Ds” และแนวทาง ESG ยกระดับห่วงโซ่อุปทานสู่มาตรฐานสากล

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยผลประกอบการแข็งแกร่งและรางวัลด้านธุรกิจ นักลงทุนสัมพันธ์ และความยั่งยืน

ชนิตร ชาญชัยณรงค์
ประธานกรรมการบริษัท

สารจากประธานกรรมการบริษัท

ปี 2568 เป็นอีกหนึ่งปีที่ภาคธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายจากบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยางพารา อย่างไรก็ตาม บริษัท นอร์ธอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง พร้อมรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ภายใต้เจตนารมณ์ในการ “สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง”

นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2561 ธุรกิจของบริษัทฯ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ของรายได้จากการขายร้อยละ 17.03 และกำไรสุทธิร้อยละ 21.35 ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น ด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยร้อยละ 6-7 ต่อปี สะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบกลยุทธ์ “4Ds - สินค้าที่ดี ลูกค้าที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี และองค์กรที่ดี”

ในมิติด้านความยั่งยืน บริษัทฯ มีพัฒนาการอย่างมีนัยสำคัญ โดยบูรณาการการบริหารความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไว้ในกระบวนการกำหนดกลยุทธ์และการตัดสินใจทางธุรกิจ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมต่อข้อกำหนดทางกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์ปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) โดยยกระดับระบบข้อมูลและการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางที่มีมูลค่าเพิ่ม เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมุ่งสู่การเป็นตลาดทางเลือกคาร์บอน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน การดูแลและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม และการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

สำหรับเหตุอัคคีภัยที่เกิดขึ้นที่โรงงานในจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 นั้น คณะกรรมการและฝ่ายบริหารได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานโดยรวม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวมาใช้ในการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป

ด้วยผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯ เป็นที่ยอมรับจากองค์กรชั้นนำในหลายมิติ อาทิ ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ บริษัทฯ ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 หมวดธุรกิจการเกษตร (Money & Banking Awards 2025) และรางวัล IAA Awards for Listed Companies 2025 ขณะที่ด้านนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทฯ ได้รับรางวัล SET Awards 2025 กลุ่ม Business Excellence ประเภท Best Investor Relations Award และ Outstanding Investor Relations Award จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งยังได้รับการยกย่องว่าบริษัทฯ มีมาตรฐานสูงสุดในการสื่อสารข้อมูลกับผู้ลงทุนอย่างโปร่งใสและเป็นระดับเดียวกับบริษัทชั้นนำของไทย ซึ่งนักวิเคราะห์ได้ยกให้อยู่ในหุ้นยั่งยืนติดต่อกันเป็นปีที่ 11 และได้รับคะแนนประเมินระดับสูงสุด 'AAA' จาก SET ESG Ratings ประจำปี 2568 พร้อมทั้งได้รับรางวัล SET AWARDS 2025 กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ประเภท Commended Sustainability Award

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ควบคู่กับการยึดมั่นในเจตนารมณ์ “การสร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง” จะเป็นส่วนสนับสนุนสำคัญที่จะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตลาดโลก เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา บริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนร่วมกันต่อไป

ปี 2568 บริษัทฯ เติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางความท้าทาย ด้วยกลยุทธ์เชิงรุก หนุนรายได้

-กำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ยกระดับความสามารถแข่งขันด้วยระบบตรวจสอบย้อนกลับ มุ่งสู่ Carbon Neutral และขยายฐานรองรับตลาด EV

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธรรมาภิบาลและความยั่งยืน ด้วยรางวัลและการยอมรับระดับประเทศ

ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ปี 2568 เป็นปีที่สะท้อนถึงความสามารถของบริษัท นอร์ธอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ในการนำกลยุทธ์ “4Ds” ไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สงครามการค้า และสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริษัทฯ สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการสร้างผลกำไร ด้วยการดำเนินกลยุทธ์การปรับตัวเชิงรุก (Proactive Adaptation Strategy) ที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation) และการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) รวมถึงการใช้กลยุทธ์ Matching เพื่อลดความผันผวนของต้นทุนและราคาขาย

จากการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 30,240 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และร้อยละ 14 ตามลำดับเมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเงินและความยืดหยุ่นขององค์กรภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย ส่งเสริมศักยภาพให้บริษัทฯ เป็นองค์กรที่เติบโตอย่างมั่นคง มีคุณภาพ และสามารถสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่องได้ในระยะยาว (Mature growth)

ในการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อรองรับข้อกำหนด EUDR โดยจัดทำระบบแผนที่ (Mapping) พื้นที่สวนยางกว่า 120,000 ไร่ ครอบคลุมการตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ครบถ้วนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 ซึ่งไม่เพียงเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าในตลาดโลก แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการจัดหาวัตถุดิบให้แก่ผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถยกระดับบทบาทจากผู้จัดหาวัตถุดิบสู่การเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และสร้างความได้เปรียบในการเข้าถึงตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการตรวจสอบย้อนกลับอย่างเข้มข้นด้วย

โครงการก่อสร้างโรงงานผลิตยางแท่ง (STR) แห่งที่ 3 ของบริษัทฯ จะเริ่มดำเนินการในปี 2569 เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญของยุทธศาสตร์ระยะกลาง (3–5 ปี) ในการขยายฐานรายได้ พร้อมกับการพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ อาทิ แบรนด์ RubberFlex เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว

กรณีเหตุอัคคีภัยที่เกิดขึ้นที่โกดังเก็บสินค้ายางแท่งเฟส 1 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายต่อทรัพย์สินประมาณ 300 ล้านบาท บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินและแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการผลิต การส่งมอบสินค้า หรือแผนการดำเนินงานในภาพรวม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยร้อยละ 100 และได้ดำเนินการยกระดับมาตรการป้องกันอัคคีภัยจากบทเรียนดังกล่าว พร้อมยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและการบริหารความเสี่ยงให้มีความครอบคลุมยิ่งขึ้น ตลอดจนได้ติดตามผลกระทบที่อาจเกิดจากควันไฟของเหตุการณ์และสุขภาพของคนในชุมชนใกล้เคียงเป็นเวลา 6 เดือน

นอกจากการมุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล โดยส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมต่อต้านคอร์รัปชันในทุกระดับ และสนับสนุนให้คู่ค้าจำนวน 12 ราย ร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยางพาราไทย การเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล CAC Change Agent Award 2025 จากสถาบันกรรมการบริษัทไทยในปี 2568 และได้รับรางวัลจากองค์กรชั้นนำมากมายทั้งในด้านการดำเนินธุรกิจและด้านความยั่งยืน อาทิ “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2568” รางวัล “IAA Awards 2025” 3 รางวัลเกียรติยศจาก SET Awards 2025 ด้านนักลงทุนสัมพันธ์และด้านความยั่งยืน รวมถึงการเป็นหุ้นยั่งยืนที่ได้รับคะแนนประเมินระดับสูงสุด 'AAA' จาก SET ESG Ratings ประจำปี 2568

ในนามของฝ่ายบริหาร ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง การมุ่งมั่นจากทุกภาคส่วนเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวผ่านความท้าทายจากวิกฤตและความท้าทายที่ผ่านมา บริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นบริหารงานด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และมีวินัยในการดำเนินงาน พร้อมเดินหน้าสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนและยั่งยืน ภายใต้จุดมุ่งหมายในการ “สร้างคุณค่าที่มากกว่ายาง”