06 五月 2025

ยางแท่งคืออะไร? ประเภท ความแตกต่าง และแนวโน้มตลาด

ยางแท่งคืออะไร? ประเภท ความแตกต่าง และแนวโน้มตลาด

ถ้าพูดถึงสินค้าแปรรูปจากยางพาราที่มีความสำคัญกับอุตสาหกรรมยางของโลก สินค้าที่เลี่ยงไม่ได้ คือ ยางแท่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ต้องพูดถึงเป็นอันดับต้น ๆ ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมผลิตยางรถยนต์ หรือแม้แต่ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ยางแท่งคือตัวแปรสำคัญที่กำหนดคุณภาพต้นน้ำสู่สินค้าปลายน้ำเลยก็ว่าได้

แต่ถ้าคุณยังสงสัยว่ายางแท่งคืออะไร และปัจจุบันตลาดยางแท่งมีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ North East Rubber PCL เรามาเจาะลึกแบบเข้าใจง่ายกัน

ยางแท่งคืออะไร ?

ยางแท่ง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแปรรูปยางพาราธรรมชาติ เพื่อให้ได้มาตรฐานในด้านคุณภาพและคุณสมบัติทางเทคนิค เรียกได้ว่าเป็น ยางดิบเกรดพรีเมียมผ่านกระบวนการคัดสรร ทำความสะอาด อัดแน่น และขึ้นรูปเป็นแท่งหรือก้อน เพื่อความสะดวกในการขนส่งและนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ผลิตยางรถยนต์, พื้นรองเท้า, ท่ออุตสาหกรรม ไปจนถึงชิ้นส่วนยานยนต์

ในทางเทคนิคยางแท่งถูกจัดประเภทตามมาตรฐานสากลที่หลากหลายแตกต่างกัน เช่น STR (ของไทย), SIR (ของอินโดนีเซีย), SMR (ของมาเลเซีย) แต่ทั้งหมดต้องผ่านการทดสอบคุณสมบัติหลาย ๆ ด้าน เช่น ความสะอาด (Dirt Content), ปริมาณสิ่งเจือปน, ค่าความหนืด (Mooney Viscosity) และดัชนี Plasticity Retention (PRI) เพื่อวัดความคงทนของเนื้อยาง

ประเภทของยางแท่ง

ไม่ใช่ว่ายางแท่งจะเหมือนกันหมด จริง ๆ แล้วยางแท่งมีหลายเกรดหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้และกระบวนการผลิต โดยสามารถแบ่งได้ ดังนี้

  1. ยางแท่งSTR 20 หรือ SMR 20, SIR 20

    ยางแท่งที่ผลิตจากเศษยางและยางแผ่นที่ไม่ได้มาตรฐานสูง โดยผ่านกระบวนการทำความสะอาดและบดอัดใหม่ เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการคุณภาพสูงมาก เช่น ยางล้อรถบรรทุก หรือชิ้นส่วนเครื่องจักร

    ข้อดี: ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับงานทั่วไป

    ข้อเสีย: คุณสมบัติของเนื้อยางอาจไม่เสถียรเท่าเกรดสูง

  2. ยางแท่ง STR 10

    ใช้วัตถุดิบที่สะอาดและคุณภาพดีกว่า STR 20 เล็กน้อย เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทานเพิ่มขึ้น เช่น ยางล้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคล

    ข้อดี: มีความสมดุลระหว่างคุณภาพและราคา

    ข้อเสีย: ราคาสูงกว่า STR 20 เล็กน้อย

  3. ยางแท่ง STR CV (Constant Viscosity)

    เป็นยางแท่งคุณภาพสูงสุด ผลิตจากน้ำยางสด ไม่ผสมเศษยาง และควบคุมค่าความหนืดให้สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่ต้องการความแม่นยำและทนทานสูง เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ความเร็วสูง หรือกระบวนการรีดขึ้นรูป

    ข้อดี: คุณภาพสูง ใช้งานได้ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

    ข้อเสีย: ราคาสูงกว่ายางแท่งประเภทอื่น ๆ

ทำไมอุตสาหกรรมยางถึงนิยมใช้ “ยางแท่ง”

  • ขนส่งสะดวก ยางแท่งมีขนาดมาตรฐาน เป็นก้อนแข็งแรง ไม่เปื้อนเลอะเทอะเหมือนน้ำยางสด และไม่เปราะแตกเหมือนยางแผ่น จัดเก็บและส่งออกได้ง่าย
  • คุณภาพดีและคงมาตรฐาน เพราะว่ายางแท่งมีการผ่านกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐานในห้องปฏิบัติการ ผู้ซื้อจึงมั่นใจได้ในคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างแน่นอน
  • ตอบโจทย์อุตสาหกรรมโลก ไม่ว่าจะเป็นโรงงานขนาดใหญ่ในจีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น และยุโรป ต่างนิยมใช้ยางแท่ง เพราะสามารถนำเข้าไปใช้ในกระบวนการผลิตได้ทันที

สถานการณ์ตลาดยางแท่งในปัจจุบัน

สถานการณ์ตลาดยางแท่งในปัจจุบัน

แม้ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยางจะเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว, ค่าขนส่งที่สูงขึ้น และความต้องการจากจีนที่ลดลง แต่ในปี 2025 สัญญาณการฟื้นตัวของตลาดเริ่มชัดเจนมากขึ้น 

ปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนตลาด

  • ความต้องการชิ้นส่วนยางในอุตสาหกรรม EV ยังคงเติบโต แม้ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) จะลดความต้องการชิ้นส่วนเครื่องยนต์แบบดั้งเดิม แต่ชิ้นส่วนยางยังเป็นส่วนสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ยางล้อรถยนต์ที่ต้องทนต่อแรงบิดสูงของมอเตอร์ไฟฟ้า, ซีลยาง (Rubber Seals) สำหรับป้องกันฝุ่นและความชื้นในระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงฉนวนกันความร้อนในแบตเตอรี่ นอกจากนี้ ยางแท่งคุณภาพสูงอย่าง STR ยังถูกนำไปใช้ในการผลิตชิ้นส่วนที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น โช้คอัพและระบบกันสะเทือนของรถ EV ซึ่งต้องรองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่ที่มากกว่ารถยนต์ปกติด้วย
  • ตลาดใหม่เริ่มเติบโต ได้แก่ อินเดีย, เวียดนาม และตะวันออกกลาง นอกจากจีนและสหรัฐฯ ตอนนี้อินเดียและเวียดนามกำลังขยายฐานการผลิตยานยนต์และสินค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยต้นทุนแรงงานที่ต่ำและนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต สำหรับตะวันออกกลาง แม้จะไม่ใช่ศูนย์กลางการผลิต แต่ประเทศในกลุ่มนี้ เช่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังเร่งพัฒนาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้ความต้องการวัสดุยางในโครงการขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
  • ราคายางแท่งปรับตัวสูงขึ้น การปรับขึ้นของราคายางแท่ง STR 20 สะท้อนถึงความต้องการในตลาดโลกที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะเมื่อสต๊อกยางในประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ลดลง ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในช่วงต้นปี ทำให้ผู้ส่งออกไทยได้รับอานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตในบางประเทศเพิ่มขึ้น เช่น ค่าจ้างแรงงานที่ขยับสูงขึ้นในอินโดนีเซีย ส่งผลให้ราคาตลาดโลกของยางแท่งมีแนวโน้มสูงขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา

  • ต้นทุนการผลิตในไทยสูงกว่าคู่แข่ง เนื่องจากไทยมีต้นทุนแรงงานและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าคู่แข่งในภูมิภาค ขณะที่ประเทศอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงมีค่าแรงที่ต่ำกว่า ทำให้สามารถผลิตและส่งออกยางแท่งในราคาที่แข่งขันได้มากกว่า อีกทั้งต้นทุนพลังงานและค่าธรรมเนียมด้านสิ่งแวดล้อมในไทยยังคงสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ
  • ความผันผวนของค่าเงินบาท ค่าเงินบาทที่ผันผวนกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคา เนื่องจากธุรกิจส่งออกยางแท่งต้องพึ่งพารายได้สกุลต่างประเทศเป็นหลัก
  • ต้นทุนโลจิสติกส์ยังสูง แม้ราคาค่าขนส่งจะลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงวิกฤตโควิด-19 แต่ก็ยังไม่กลับสู่ระดับปกติก่อนวิกฤต ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือยังคงอยู่ในระดับสูงจากปัญหาความไม่มั่นคงในภูมิภาค เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และปัญหาคอขวดด้านซัพพลายเชน

สรุป

ตลาดโลกยังคงต้องการยางแท่งคุณภาพดี โดยเฉพาะกลุ่ม STR 20 ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในอุตสาหกรรมหลักได้อย่างครอบคลุม ผู้ประกอบการไทยควรเน้นยกระดับคุณภาพการผลิต พร้อมขยายตลาดใหม่ ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา

สำหรับ North East Rubber PLC (NER) ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกยางแท่งรายใหญ่ของประเทศไทยที่สามารถรักษามาตรฐานระดับสากลได้อย่างต่อเนื่อง หากคุณกำลังมองหาผู้ผลิตและจำหน่ายยางแท่งครบทุกเกรด เราพร้อมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของคุณ

แหล่งอ้างอิง

https://www.ainvest.com/news/navigating-rubber-market-opportunities-risks-asian-prices-2025-2505/?utm_source=chatgpt.com

https://www.ceicdata.com/en/thailand/rubber-price-rubber-research-institute-of-thailand/rubber-price-str-20-songkhla-1st-month-fob?utm_source=chatgpt.com

https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/agriculture/rubber/io/rubber-2025-2027