ยาง NR คืออะไร? ทำไมอุตสาหกรรมถึงนิยมใช้ยางธรรมชาติ
ทำความรู้จักยางธรรมชาติ หรือยาง NR
ยางพารา หรือยางธรรมชาติ ที่นิยมปลูกในประเทศไทยมาจากสายพันธุ์ Hevea Braziliensis ถือเป็นโพลิเมอร์ชนิดหนึ่ง ทีมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ สามารถนำมาประยุกต์ใช้และผลิตเป็นสินค้าหลากหลายประเภท มีอุณหภูมิการเปลี่ยนสถานะคล้ายแก้ว หรือเรียกกระบวนการนี่ว่า กลาสทรานซิซัน (Glass transition temperature, Tg) คืออยู่ที่ประมาณ -72 ºC หมายความว่าหากนำยางธรรมชาติไปเก็บไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -72 ºC ยางจะเปลี่ยนจากที่เคยมีความยืดหยุ่น ไปเป็นแข็งเปราะบางเช่นเดียวกับแก้ว มีสมบัติเชิงกลดีมีความยืดหยุ่น (elastic) สูง มีความเหนียว (toughness) มีความต้านทานต่อการขัดถู (abrasion resistance) สูง และสามารถยึดติดกับวัสดุอื่น เช่น โลหะและสิ่งทอได้ดีจึงสามารถนำ ไปใช้งานทางวิศวกรรมได้หลากหลายมากขึ้น
รูปแบบยางธรรมชาติที่นิยมนำไปใช้งาน สามารถแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้
- ยางธรรมชาติในรูปแบบของเหลว หรือที่เรียกว่า น้ำยางข้น ซึ่งสามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้แทบทุกชนิด โดยใช้เครื่องหมุนเหวี่ยงที่เรียกว่า Latex saperator หรือ Latex concentrator เพื่อแยกยางที่เบากว่า ออกจากของเหลวที่หนักว่า จากนั้นใส่แอมโมเนียและปล่อยให้ไหลผ่านท่อเข้าไปในถ้วยปั่นแยก และถูกเหวี่ยงหมุนด้วยความเร็ว 7,000 - 8,000 รอบต่อนาทีจะได้ผลผลิตแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบด้วยกัน คือ
- น้ำยางข้นที่ไม่ผ่านการดัดแปรด้วยสารเคมีหรือวิธีการใดๆเพื่อให้โมเลกุลของยางเปลี่ยนไป
- น้ำยางข้นที่ผ่านกระบวนการดัดแปรด้วยสารเคมีหรือการฉายรังสีให้โมเลกุลของยางมีการเปลี่ยนแปลง จะได้ออกมาเป็น น้ำยางคงรูป หรือ น้ำยางพรีวัลคาไนซ์
- ยางแห้ง สามารถแบ่งย่อยตามกรรมวิธีการผลิตได้ 4 ประเภท ดังนี้
- ยางแผ่น หรือยางแบบธรรมดา ผลิตโดยวิธีการดั้งเดิม มีทั้งแบบยางแผ่นรมควันที่จะถูกอัดเป็นก้อนๆ ยางแผ่นแบบไม่รมควัน และยางแผ่นแบบผึ่งแห้ง
- ยางเครพ ได้มาจากการนำเศษยางไปรีดในเครื่องเครพเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ออกไป
- ยางแบบระบุคุณภาพมาตรฐาน หรือยางแท่งมาตรฐาน จะถูกผลิตโดยมีเงื่อนไขการระบุคุณภาพมาตรฐานตามสากล มีคุณภาพที่สม่ำเสมอกว่ายางแห้งแบบอื่นๆ ผ่านการตรวจสอบและจัดชั้นเพื่อรับรองคุณภาพตามหลักวิชาการ เป็นยางที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
- ยางแบบอื่นๆ ที่มีวิธีการผลิตเฉพาะตัว เพื่อให้ได้ผลผลิตเหมาะสมกับงานขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงสมบัติบางประการของยางธรรมชาติ ได้แก่ ยางที่มีความหนืดคงที่ ยางเทอร์โมพลาสติก ยางอิพอกซิไดซ์ ยางผง และยางเหลว เป็นต้น
คุณสมบัติเด่นๆ ของยางธรรมชาติ หรือยาง NR
- สามารถใช้งานได้ดีภายใต้อุณหภูมิที่ -55 ถึง +100 ºC
- ยืดหยุ่นสูงมาก และคืนตัวได้อย่างรวดเร็ว
- มีความเหนียวติดกันได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ก่อให้เกิดรอยต่อในผลิตภัณฑ์ที่ประกอบจากหลายชิ้นส่วน
- ทนต่อแรงดึงสูง ไม่ฉีกขาดง่าย
- ทนต่อการขัดถูค่อนข้างสูง
- มีคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้า
- ไม่ทนต่อตัวทำละลายที่ไม่มีขั้ว เช่น เบนซีน เฮกเซน และโทเลอีน
- ไวต่อการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนเมื่อมีแสงแดดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา
- มีความกระเด้งกระดอนสูง แต่สะสมความร้อนระหว่างใช้งานต่ำ
แนวทางการประยุกต์ใช้งานยางธรรมชาติ หรือยาง NR
ยางธรรมชาตินับว่าเป็นยางอเนกประสงค์ สามารถนำไปผลิตใช้งานได้ทั่วไป มีความยืดหยุ่นและทนต่อแรงดึงได้เป็นอย่างดี แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของความทนทาน ไม่ค่อยทนต่อสภาพอากาศ น้ำมัน และสารเคมี รวมถึงยางธรรมชาติยังมีอายุการใช้งานที่ไม่ได้ยาวนานมากนัก โดยส่วนมากนิยมนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้
- ซีลยางกันน้ำ
- แผ่นยางรองคอสะพาน
- แผ่นยางกันกระแทก
- แผ่นยางปูพื้น
- ยางฟองน้ำ
- ยางโอริง
- ถุงมือยาง
- ถุงยางอนามัย
- ลูกโป่ง
- จุกหัวนม
- ฟองน้ำที่นอน
- หมอนฟองน้ำ
นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) โรงงานผลิตยางพาราขั้นต้น ในรูปของยางแผ่นอัดก้อน ยางแท่ง และยางผสมที่พร้อมผลิตและจัดหายางธรรมชาติคุณภาพดี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในการผลิตผลิตภัณฑ์จากยางพาราทุกชนิด ผ่านการคัดสรรและเลือกใช้วัตถุดิบหลักจากท้องถิ่นจากเขตภาคอิสาน และมุ่งเน้นการจ้างงานแก่แรงงานภายในชุมชนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการและไว้รับความไว้วางใจในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2549 เราพร้อมส่งยางพาราที่เหมาะสมที่สุดถึงมือคุณทันใช้ในเวลาที่คุณต้องการ